Home About Us Gallery Contact Us Link
  ปูทะเล
  การประมงปูทะเล
  ปูทะเลเชิงพาณิชย์
  การเลี้ยงปูนิ่ม
  ปูม้า
  ปูแสม
  ปูนา
  ฐานข้อมูล
  เมนูอาหาร
  เครือข่ายปู
  กระดานสนทนา
 
 

การประมงปูทะเล

ปูทะเลพบมีทั่วไปในจังหวัดชายทะเลของไทย ในปี 2539 ปูที่จับได้ทั่วประเทศมีประมาณ 4,400 เมตริกตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 679.7 ล้านบาท ปูที่จับได้ประมาณร้อยละ 59.90 เป็นปูที่จับได้ทางฝั่งทะเลอันดามันในจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล ประมาณร้อยละ 19.51 เป็นปูที่จับได้ทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกในจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรม ส่วนปูที่จับได้ในบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกจากจังหวัดตราด จันทบุรี และระยองมีประมาณร้อยละ 18.76 สำหรับจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส มีปริมาณปูที่จับได้น้อยมาก รวมกันแล้วมีจำนวนน้อยกว่าร้อยละ 2 ของปริมาณปูทั้งหมดที่จับได้ทั่วประเทศ

เครื่องมือที่ใช้จับปูทะเล

ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2490 เครื่องมือที่นิยมใช้จับปูทะเลในประเทศไทยเป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้าน ที่พัฒนาขึ้นโดยภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำด้วยวัสดุพื้นบ้าน ที่สำคัญได้แก่ แร้ว จั่น ไซนอน ไซหนู เชงเลงราว และ ขอเกี่ยวปู เป็นเครื่องมือจับปูที่มีประสิทธิภาพในการจับปูไม่สูงนัก การนำอวนลอยปลามาดัดแปลงใช้จับปูทะเลในช่วงปี 2500-2510 นับว่าเป็นความก้าวหน้าทางด้านเครื่องมือจับปูทะเลในระดับหนึ่ง ทำให้ชาวประมงมีเครื่องมือประมงชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องมือจับปูพื้นบ้าน ต่าง ๆ ที่เคยใช้ อวนลอยปูนี้ ในระยะหลังนิยมเรียกว่า อวนจมปู ตามลักษณะการทำงานของเครื่องมือ ในปี 2523 ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้นำเครื่องมือลอบพับมาใช้จับปูม้าในบริเวณหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฏร์ธานีและจังหวัดชลบุรี ต่อมาได้มีผู้นำไปใช้จับปูทะเลในที่ตื้นบริเวณป่าชายเลนปรากฏว่าได้ผลดี มีประสิทธิภาพสูงกว่าอวนจมปู ราคาถูกเพราะชาวประมงสามารถทำได้เองโดยไม่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ลอบพับจึงเป็นเครื่องมือจับปูทะเลที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าปูทะเลที่จับได้ในช่วงปี 2538-2540 ร้อยละ 80 เป็นปูที่จับด้วยลอบพับ ส่วนที่จับด้วยอวนลอยมีจำนวนเพียงร้อยละ 11 สำหรับปูที่จับด้วยเครื่องมือพื้นบ้านต่าง ๆ เช่น แร้ว จั่น ไซ และตะขอเกี่ยวปู นั้นมีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น

เครื่องมือที่ชาวประมงใช้นิยมใช้จับปูตามสภาพของแหล่งประมงต่าง ๆ ในประเทศมีอยู่ประมาณ 9 ชนิด

แร้ว (Crab lift net)

แร้วเป็นเครื่องมือจับปูที่โครงสร้างอาจทำด้วยไม้ไผ่ หวาย และเหล็กเส้น ถักด้วยอวนด้ายหรือเอนไนลอนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ม.ม. เป็นข่ายขนาดตากว้างประมาณ 8-0 ซ.ม.รอบโครงเหล็กหรือโครงไม้ไผ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30-50 ซ.ม. เว้นตรงกลางให้เป็นรูขนาด 5 ซ.ม สำหรับสอดคันแร้วที่ทำด้วยไม้ไผ่หรือไม้แสมโกงกางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.0 ซ.ม.ยาวประมาณ 2.0-3.0 ม. โคนเสี้ยมแหลมเพื่อสะดวกในการปัก ที่ขอบแร้วผูกเชือกขนาด 3 ม.ม. ยาว 1 ม. สามจุด ปลายเชือกที่เหลือนำมาผูกรวมกัน แล้วต่อเข้ากับเชือกอีกเส้นหนึ่งขนาดเดียวกัน ยาวประมาณ 1.0-1.5 ม. เชือกเส้นนี้ทำหน้าที่พับและกางแร้ว โดยสามารถปรับให้ตึงหรือหย่อนได้ตามต้องการ แร้วเมื่อกางออกจะอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 30 ซ.ม. ตรงจุดศูนย์กลางแร้ว มีไม้ไผ่ปลายแหลมหรือลวดสำหรับเสียบเหยื่อ แร้วเหมาะสำหรับใช้จับปูทะเลบริเวณทะเลชายฝั่ง ปากแม่น้ำ ลำคลอง หรือร่องน้ำ ในบริเวณป่าชายเลนที่ระดับลึกน้ำประมาณ 0.50-3.0 ม. นิยมใช้จับปูในช่วงน้ำเกิด ตั้งแต่น้ำเริ่มขึ้นจนกระทั่งน้ำลง ชาวประมงจะปักแร้วแต่ละอันห่างประมาณ 5-6 ม. ชาวประมง 1 คนจะมีแร้วประมาณ 20-100 อัน ที่จังหวัดสตูล แร้วจำนวน30 คัน ใช้เวลาจับปูประมาณ 5-7 ช.ม. สามารถจับปูขนาดกระดองกว้างประมาณ 5.3-12.1 ซ.ม. น้ำหนักประมาณ 40-310 ก. จำนวน 3-5 กก./วัน (โสภณและคณะ, 2530) เรือที่ใช้กับแร้วเป็นเรือขนาดยาวประมาณ 3-5 ม. เครื่องยนต์ประมาณ 1-3 แรงม้า แร้วนิยมใช้ในจังหวัดตราด จันทบุรี ชลบุรี สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล และระนอง (กรมประมง, 2540)

จั่น (Crab lift net)

จั่น หรือที่ทางภาคใต้เรียกว่าหยอง หย่อง หรือยอนั้น มีลักษณะคล้ายกับยอขนาดเล็ก โครงสร้างทำด้วยไม้ไผ่ หรือลวด สองอันโค้งเข้าหากัน ที่ปลายยึดด้วยเชือกหรือลวด เป็นรูปวงกลม หรือ สี่เหลี่ยมจัตุรัส ถ้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแต่ละด้านจะยาวประมาณ 30-45 ซ.ม. สูงประมาณ 15 ซ.ม. พื้นยอบุด้วยอวนไนลอนหรือโพลีเอทธีลีนขนาดตาประมาณ 5-6 ซ.ม. ที่จังหวัดสตูลชาวประมงใช้อวนขนาดตาประมาณ 1.0-2.5 ซ.ม. (โสภณและคณะ, 2530) ตรงมุมมีตะกั่ว หรือหิน มีเหยื่อผูกตรงกลาง มีทุ่นที่ทำด้วยโพลีเอทธีลีน หรือ กระบอกไม้ไผ่ จั่นนิยมใช้จับปูตามทะเลชายฝั่ง ปากแม่น้ำ ลำคลอง หรือตามร่องน้ำ ในบริเวณป่าชายเลน ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 1.50- 3.00 ม. การจับปูด้วยจั่น ชาวประมงจะวางยอให้ห่างกันประมาณ 10-15 ม. มีทุ่นที่ทำด้วยโพลีเอทธีลีน หรือ กระบอกไม้ไผ่ สำหรับบอกตำแหน่งของจั่น จั่นนิยมใช้จับปูทะเลในช่วงน้ำเกิด ตั้งแต่น้ำเริ่มขึ้นจนกระทั่งน้ำลง ที่จังหวัดสตูล ชาวประมง 1 คนจะมีจั่นประมาณ 10-30 คัน ใช้เวลาจับปูวันละ 6 ชั่วโมง ปูทะเลที่จับได้มีขนาดเดียวกันกับที่จับด้วยแล้ว เรือที่ใช้กับจั่นเป็นเรือขนาดยาวประมาณ 3-5 ม. เครื่องยนต์ประมาณ 1-3 แรงม้า (เครื่องเรือหางยาว) จังหวัดที่นิยมใช้จั่นจับปูทะเลได้แก่ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา และสตูล

ลอบพับ (Collapsible trap)

ลอบพับมีลักษณะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้างประมาณ 30-40 ซ.ม. ยาว 50-60 ซ.ม. สูง 20-30 ซ.ม. โครงทำด้วยเหล็กเส้นขนาด 2-3 หุน ตัวลอบคลุมด้วยอวนโพลีเอทธีลีน ขนาดตาอวน 2.5-4 ซ.ม. มีทางเข้า สองทาง คือทางตอนหัวและตอนท้าย เรียกว่า "งาแซง" ลักษณะพิเศษของลอบพับได้ คือสามารถพับเก็บได้ และมีงาที่ปูเข้าไปแล้วไม่สามารถกลับออกได้ (ภาพที่ 3.2 ค.) ลอบพับเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้จับปูตามทะเลชายฝั่ง ปากแม่น้ำ ลำคลอง หรือตามร่องน้ำ บริเวณป่าชายเลน ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 0.50- 3.0 ม. การจับปูด้วยลอบ ชาวประมง 1 คนจะมีลอบประมาณ 20-50 ลูก ลอบแต่ละลูกจะวางห่างกันประมาณ 10-15 ม. มีทุ่นโพลีเอทธีลีน หรือกระบอกไม้ไผ่เป็นเครื่องหมาย นิยมใช้จับปูในช่วงน้ำเกิด ตั้งแต่น้ำเริ่มขึ้นจนกระทั่งน้ำลง ลอบพับเป็นเครื่องมือจับปูที่สามารถพับเก็บได้ สะดวกในการขนย้ายไม่กินเนื้อที่ มีประสิทธิภาพในการจับสูง เช่นสามารถจับปูได้เฉลี่ยประมาณ 0.5 กก./วัน เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือจับปูประเภทแร้วจับปูได้เพียง0.2 ก.ก./วัน หรือสูงกว่าเครื่องมือพื้นบ้านที่เคยใช้อยู่ประมาณ 2-3 เท่า ลอบพับเป็นเครื่องมือที่สามารถจับปูได้ตั้งแต่ขนาด 3 ซ.ม.ขึ้นไป (ความกว้างกระดอง) จังหวัดที่นิยมใช้ลอบพับจับปูทะเลได้แก่ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ สตูล

ลอบฝาชี (Bamboo trap)

ลอบฝาชีเป็นเครื่องมือจับปูที่ดัดแปลงจากลอบจับปลาของชาวญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นรูปคล้ายฝาชี โครงทำด้วยเหล็ก ขนาด 2.5 หุน นำมาเชื่อมประกอบเป็นรูปฝาชี ด้านนอกคลุมด้วยอวนโพลีเอทธีลีน ขนาดตา 2.5-5.0 ซ.ม. ส่วนบนใช้ตะกร้าพลาสติกก้นเปิดเพื่อเป็นทางให้ปูเข้า ลอบฝาชีสามารถใช้จับปูทะเลได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ตามชายฝั่ง แม่น้ำ ลำคลอง หรือร่องน้ำ ในบริเวณป่าชายเลน ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 0.50-2.50 ซ.ม. ลอบแต่ละลูกมีทุ่นลอยสำหรับใช้บอกตำแหน่ง เมื่อปูไต่ขึ้นไปบนตัวลอบ เข้าไปกินเหยื่อแล้วไม่สามารถออกได้ ชาวประมงจะปลดปูออกทางด้านล่าง

เชงเลงราว

เชงเลงราวเป็นเครื่องมือรูปทรงกระบอกปลายเรียว โครงสร้างทำด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก ถักด้วยหวายหรือเชือกเป็นเปลาะ ๆ ความยาวจากปากถึงก้นประมาณ 50-75 ซ.ม. ความถี่-ห่างของซี่ไม้ไผ่ที่บุโดยรอบประมาณ 2-3 ซ.ม. ส่วนปากมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25-30 ซ.ม. ส่วนก้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 9 ซ.ม. ทางเข้ามีงาแซงรูปทรงกรวย 1-2 งา เชงเลงราวเป็นเครื่องมือที่สามารถจับปูทะเลได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่นิยมใช้จับปูในช่วงน้ำเกิด ตั้งแต่ระยะน้ำเริ่มขึ้นจนกระทั่งน้ำเริ่มน้ำลง ตามทะเลบริเวณชายฝั่ง ปากแม่น้ำ ลำคลอง หรือร่องน้ำ บริเวณป่าชายเลนที่ระดับน้ำลึกประมาณ 1.0- 3.0 ม. โดยผูกเชงเลงกับเชือกคร่าวห่างกันประมาณ 5 ม. ชาวประมงคนหนึ่งจะมีเชงเลงราวประมาณ 350 ลูก มีทุ่นโพลีเอทธีลีนหรือกระบอกไม้ไผ่เป็นเครื่องหมาย ที่จังหวัดสตูลชาวประมงคนหนึ่งจะมีเชงเลงราวประมาณ 5-10 ลูก ใช้เวลาจับปูประมาณวันละ 5-7 ชั่วโมง กู้ปู 2 ครั้งได้ปูขนาด 7.4-10.1 ซ.ม.(ความกว้างของกระดอง) น้ำหนัก 100-200 ก.ประมาณวันละ 0.5-1.5 ก.ก. เป็นเครื่องมือจับปูทะเลที่นิยมใช้ในจังหวัดสมุทรปราการ สตูลและระนอง

ไซหนู

ไซหนูเป็นเครื่องมือจับปูทะเลอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันในภาคใต้ของประเทศไทย มีลักษณะคล้ายรูปปิรามิด ยอดสูง ทำด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก ถักด้วยหวายหรือเชือกเป็นเปลาะ ๆ ห่างกันประมาณ 1-3 ซ.ม. ปากทางเข้าเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้ายด้านละ 25 ซ.ม. ความยาวจากปากถึงก้นประมาณ 40 ซ.ม. มีหินถ่วง มีฝาปิด-เปิดได้ มีห่วงทำด้วยลวดหรือพลาสติกผูกตรงสี่มุมของฝา ห่วงทั้งสี่จะร้อยอยู่กับรางไม้เลื่อนขึ้นลงได้ มีกระเดื่องสองอัน อันหนึ่งสำหรับใช้ปิด-เปิด อีกอันหนึ่งใช้เสียบเหยื่อ กระเดื่องทั้งสองอันจะติดกันตรงปลายที่เจาะรูไว้ มียางยึดคอยดึงที่ฝาปิดเปิด ขณะที่ปูเข้าไปกินเหยื่อ ไซหนูคลายคลึงกับเชงเลงราว เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้จับปูทะเลได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้จับปูทะเลในช่วงน้ำเกิด ตั้งแต่น้ำเริ่มขึ้นจนกระทั่งน้ำลง ตามชายฝั่งบริเวณป่าชายเลน ปากแม่น้ำ ลำคลอง หรือร่องน้ำ ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 1.0- 3.0 ม. ไซหนูมีประสิทธิภาพในการจับปูคล้ายคลึงเชงเลงราว ขนาดของปูที่จับได้ก็ใกล้เคียงกัน ไซหนูนิยมใช้กับเรือขนาดยาวประมาณ 6 ม. เครื่องยนต์ประมาณ 4 แรงม้า

ไซนอน

ไซนอนมีลักษณะรูปทรงกระบอก ทำด้วยไม้ไผ่ผ่าซีกถักด้วยหวายหรือเชือกเป็นเปลาะ ๆ ห่างกันประมาณ 1-3 ซ.ม. ที่หัวมีช่องทางเข้าเรียกว่างาแซง มีสองชั้น ชั้นที่สองทำหน้าที่กันปูที่เข้าแล้วไม่ให้หนีออก ตอนท้ายปิดเปิดได้สำหรับเอาปูออก ไซนอนก็เช่นเดียวกับเชงเลงราว หรือไซหนู เป็นเครื่องมือที่สามารถจับปูทะเลได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ตามชายฝั่ง ปากแม่น้ำ ลำคลอง และตามร่องน้ำในบริเวณป่าชายเลน การวางไซเพื่อจับปูจะมีไม้ค้ำยึดไซแต่ละลูกไม่ให้เคลื่อนที่ มีเหยื่อเพื่อล่อปูให้เข้าไซ เหยื่อที่ใช้ได้แก่ชิ้นส่วนของปลากระเบน หรือปลาฉลาม เพราะเหนียวอยู่ได้นาน ที่จังหวัดสตูล ชาวประมง 1 คนจะมีไซประมาณ 10-30 ลูก ใช้เวลาจับปูวันละ 6 ชั่วโมง ปูทะเลที่จับได้มีขนาดกระดองกว้างระหว่าง 8.5-12.1 ซ.ม. หนักประมาณ100-310 ก. จำนวนปูที่จับได้ประมาณ 1-1.5 กก.

อวนจมปู (Bottom gill net)

อวนจมปูทะเลมีลักษณะคล้ายกับอวนลอยปลาทั่ว ๆ ไป แต่มีความยาวน้อยกว่า เพราะความจำกัดในเนื้อที่ ๆ ทำการประมง อวนจมปูมีมีความยาวประมาณ 20-200 ม. เนื้ออวนทำด้วยโพลีเอทธีลิน อวนจมปูเป็นเครื่องมือประมงที่นิยมใช้จับปูตามชายฝั่งทะเล ที่ติดต่อกับป่าชายเลน ที่ระดับน้ำลึกประมาณ 2-40 ม. สามารถจับปูได้ทั้งกลางคืนกลางวัน การวางอวนต้องวางขวางกระแสน้ำ ที่ปลายอวนทั้งสองข้างมีตุ้ม หรือหินถ่วง มีทุ่นหรือธงผูกไว้เป็นที่สังเกต ในเวลากลางคืนจะมีตะเกียงน้ำมันผูกติดทุ่นธงไว้ เพื่อให้ทราบตำแหน่งของอวน ที่จังหวัดสตูล ชาวประมงใช้อวนลอยขนาดตาประมาณ 3-5 ซ.ม. ความยาวประมาณ 20 ม. ทำการจับปูทะเลตามทะเลชายฝั่ง ห่างจากฝั่งประมาณ 15-30 ม. สามารถจับปูได้ทั้งกลางคืนกลางวัน ในระยะเวลา เวลา 12 ชั่วโมง อวนหนึ่งผืนสามารถจับปูได้ประมาณ 0.5-2.0 ก.ก. ปูทะเลที่จับได้มีขนาดกระดองกว้างระหว่าง 8.9-14.3 ซ.ม. หนักประมาณ110-500 ก. อวนจมปูทะเลนิยมใช้ในจังหวัด ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ สตูล

ขอเกี่ยวปู (Hook)

ขอเกี่ยวปูเป็นเครื่องมือประมงพื้นบ้านที่นิยมใช้จับปูที่อาศัยอยู่ในรู ในบริเวณป่าชายเลนในช่วงน้ำลง ขอเกี่ยวปูทำด้วยเหล็กขนาด 10 ม.ม. ยาวประมาณ 80 ซ.ม. ปลายข้างหนึ่งดัดให้งอ แบบขอเกี่ยวทั่ว ๆ ไป อีกปลายหนึ่งยึดติดกับไม้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 ซ.ม. ยาวประมาณ 30 ซ.ม. (ภาพที่3.2 ฌ.) ปูที่จับได้ด้วยขอเกี่ยวปูเป็นปูขนาด 8.5 ซ.ม.ขึ้นไป จังหวัดที่นิยมใช้ขอจับปูทะเลได้แก่จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส

การประมงปูทะเล

แหล่งที่ชาวประมงทำการจับปูทะเลได้แก่ในบริเวณป่าชายเลน ปากน้ำลำคลอง ร่องน้ำที่ติดต่อกับทะเล พื้นทะเลของแหล่งประมงปูทะเลเป็นดินละเอียด ดินเลนปนทราย หรือดินเหนียวปนทราย ความเค็มอยู่ระหว่าง 28-34 ส่วนในพัน ระดับความลึกประมาณ 0.5-3.5 ม. การจับปูทะเลนิยมจับในช่วงน้ำเกิด (spring tide) เดือนหนึ่งมี 2 ครั้งมีประมาณ 15 วัน ถ้านับทางจันทรคติจะเป็นช่วงระหว่างขึ้น12ค่ำ-แรม 3 ค่ำครั้งหนึ่งและระหว่างแรม 12 ค่ำ-ขึ้น 3 ค่ำอีกครั้งหนึ่ง ช่วงนี้พิสัยความแตกต่างระหว่างน้ำขึ้นลงมีมากและจะแตกต่างกันมากที่สุดในวันขึ้น 15 ค่ำและแรม 14-15 ค่ำ พิสัยการขึ้นลงของน้ำทะเลในช่วงน้ำเกิดเป็นปัจจัยหนึ่งที่เหนี่ยวนำให้ปูทะเลออกหาอาหารและง่ายต่อการถูกจับ ชาวประมงจึงจับปูในช่วงน้ำเกิดได้มาก อีกช่วงหนึ่งเรียกว่าน้ำตาย (neap tide ) มีประมาณ 15 วันเช่นกัน ช่วงน้ำตายมีพิสัยการขึ้นลงของน้ำแตกต่างกันน้อย และจะน้อยที่สุดในวันขึ้น 8 ค่ำและแรม 8 ค่ำ ช่วงนี้ปูทะเลส่วนใหญ่จะหมกตัวอยู่กับที่หรือไม่ก็หลบซ่อนอยู่ในรูในบริเวณป่าแสมโกงกาง ชาวประมงไม่นิยมออกจับปูทะเลในช่วงน้ำตายเพราะจับปูได้น้อย



Print Page Top


  If you have any question please, contact : info@crab-trf.com
© Copyright 2005 - All rights Reserved by : Artty.