Home About Us Gallery Contact Us Link
  ปูทะเล
  การประมงปูทะเล
  ปูทะเลเชิงพาณิชย์
  การเลี้ยงปูนิ่ม
  ปูม้า
  ปูแสม
  ปูนา
  ฐานข้อมูล
  เมนูอาหาร
  เครือข่ายปู
  กระดานสนทนา
 
 

ปูแสม เป็นปูวงค์หนึ่ง( family Grapsidae) ที่มีกระดองแบนเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่โค้งมาก ริมกระดองตัดตรง โค้งออกเล็กน้อย กระดองส่วนหน้าระหว่างตากว้างมาก กว้างกว่าความยาวของก้านตาซึ่งสั้นและอวบ ช่องว่างระหว่าง third maxillipeds เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ก้ามกว้างกลม ส่วนมากมีขนระหว่างข้อสุดท้ายและรองข้อสุดท้าย ขาแข็งแรง ชอบอาศัยอยู่ตามโพลงหิน หาดทราย ป่าแสมโกงกางหรือตามบริเวณปากแม่น้ำ ในเมืองไทย ปูแสมมีถึง 29 สกุล 71 ชนิด แต่ชนิดที่นิยมนำมาดองเค็มและเป็นที่นิยมของตลาดนั้น เป็นปูแสมที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesarma mederi (H. Milne-Edward) ลักษณะโดยทั่วไปมีสีน้ำตาลดำ ปลายก้ามมีสีน้ำตาลแดง ขณะที่มีชีวิตบริเวณช่องปากมีสีม่วงเป็นประกาย ขนาดใหญ่ที่พบโตประมาณ 4.3 ซม

ในสมัยก่อน ปูแสมชนิดนี้มีชุกชุมในป่าชายเลนของจังหวัดชายทะเลต่าง ๆ ของประเทศไทยเช่นจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด ระยอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และระนอง

ปัจจุบันหายาก เพราะได้ถูกชาวบ้านจับกินจับใช้อย่างหนัก จนปูรุ่นใหม่ที่จะเกิดมาทดแทนปูรุ่นที่ถูกจับโตไม่ทันใช้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น ตัวเมืองขยายมากขึ้น สภาพสิ่งแวดล้อมที่เคยเหมาะการดำรงชีพของปูแสมก็เปลี่ยนไป มีมลภาวะมากขึ้น ป่าชายเลนที่เป็นแหล่งที่อยู่ที่สำคัญของปูแสมก็เสื่อมโทรม หรือไม่ก็ถูกทำลาย จนมีเหลือให้เป็นที่อยู่อาศัยของปูแสมไม่มากนัก จึงเป็นที่น่าวิตกว่า ถ้าไม่มีมาตรการที่ดีและถูกต้อง ในอนาคตอันใกล้นี้ ปูแสม ชนิดนี้ก็อาจจะสูญพันธ์ หรือไม่มีเหลือให้คนรุ่นหลังได้รู้จักอีกต่อไป

วงจรชีวิตของปูแสม

ในธรรมชาตินั้น ในเวลากลางวันปูแสมส่วนใหญ่จะอยู่ในรู ส่วนที่ออกจากรู้ มาหากินก็มีบ้างเมื่อหิว หรือเมื่อปลอดคน ส่วนใหญ่จะออกจารู มาหากินในเวลากลางคืน เช่นเดียวกันกับปูทะเลและปูม้า ปูแสมมีการผสมภายใน(internal fertilization) ปูเพศเมียเมื่อได้รับการผสมกับปูเพศผู้แล้ว ไข่จะเจริญอยู่ภายในกระดอง เมื่อไข่แก่เต็มที่จะถูกส่งมาไปเก็บไว้ที่ใต้จับปิ้งบริเวณหน้าอก ฤดูที่ปูแสมวางไข่มี 2 ช่วง ช่วงแรกอยู่ระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม ช่วงที่สองอยู่ระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ไข่จะอยู่นอกกระดองประมาณ 14 วันก็จะฟักเป็นตัว แม่ปูที่ขนาดความยาวกระดองระหว่าง 3.0-3.5 ซม (น้ำหนักประมาณ 20-40 กรัม) มีไข่เฉลี่ยประมาณ 23,000-55,000 ฟอง ไข่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 360 ไมครอน

เมื่อถึงฤดูวางไข่ ปูแสมจะเดินทางลงไปวางไข่ในน้ำ ในบริเวณปากแม่น้ำ ในป่าแสมโกงกางที่มีความเค็มระหว่าง 5-20 ส่วนในพัน (ppt.) อย่างที่ชาวบ้านเรียกว่า ฤดูปูชะไข่ ไข่เมื่อฟักเป็นตัวแล้วก็จะ พัฒนาผ่านขั้นตอน 2 ระยะ ระยะแรกคือ zoea เป็นระยะที่ลูกปูจะดำรงชีวิตคล้ายแพลงค์ตอนสัตว์อื่น ๆ (planktonic life) ลูกปูจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 10-15 วัน ก็จะเปลี่ยนรูปเป็น ลูกปูวัยอ่อนระยะที่สอง ที่มีชื่อเฉพาะว่า megalopa ลูกปูในระยะนี้จะเริ่มว่ายน้ำแข็ง เปลี่ยนนิสัยการกินและความเป็นอยู่จากที่เคยล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ก็จะว่ายน้ำไปอาศัยหากินตามพื้นดิน ลูกปูจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 10-15 วันก็จะพัฒนาเป็นลูกปูขนาดเล็ก

อาชีพจับปูแสม

การจับปูแสม นับว่าเป็นอาชีพพื้นบ้านอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ สมัยก่อนการจับปูแสม นิยมจับในเวลากลางคืนในช่วงเดือนมืด เพราะถ้าเดือนหงาย ปูจะเปรียวจับยาก ปกตินักจับปูแสมจะออกจากบ้านในราว 6 โมงเย็นหรือหลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้ว อุปกรณ์ในการจับปูก็มีเพียงตะเกียง และข้องใส่ปู เท่านั้น ถ้าต้องไปจับปูไกล ๆ ก็ลงเรือไป แต่ถ้าไม่ไกลนักก็จะเดินไปเพราะสะดวกและสนุกกว่า การจับปูนิยมไปกันเป็นกลุ่ม ๆ หนึ่งประมาณ 3-4 คนกว่าจะกลับก็จวนรุ่งสาง คืนหนึ่งคนหนึ่งจะจับปูแสมได้ประมาณ 600-700 ตัว ซึ่งก็เพียงพอสำหรับคนไทยในสมัยนั้นซึ่งยังรู้จักพอ

การจับปูแสมมีหลายวิธี วิธีหนึ่งที่นิยมคือจับปูจากรู รูปูแสมก็คล้ายกับรูปูทะเล แตกต่างกันที่รูปูแสมมีขนาดเล็กและกลมกว่ารูปูทะเลเท่านั้น รูที่มีปูอาศัยอยู่จะสังเกตุเห็นได้ชัดว่าที่ปากรูจะมีรอยเท้าของปูแสมเต็มไปหมด เพราะปูแสมต้องขึ้นจากรูเพื่อออกหากิน พอมีภัยมาก็วิ่งหนีลงรู เมื่อเห็นว่าเงียบและปลอดภัยก็โผล่ออกมาใหม่ รอยเท้าของปูแสมมีลักษณะเป็นรอยรี ๆ ตื้นเล็กกว่ารอยเท้าของปูทะเล เพราะปูแสมเดินโหย่งตัว รอยเท้าจึงเบา ปูแสมบางครั้งก็เข้าไปอาศัยอยู่ในรูร้างของปูทะเลก็มี โดยเฉพาะในฤดูผสมพันธุ์ รูปูทะเลรูหนึ่งอาจจะมีปูแสมอาศัยอยู่ประมาณ 20-80 ตัวก็ได้ การจับปูแสมด้วยวิธีนี้ต้องไว พอเห็นปูแสมออกมาที่ปากรู ก็ต้องตะครุบแล้วบีบให้แน่น ถ้าไม่แน่นพอก็อาจจะโดนหนีบ ดังนั้นถ้าจะให้ดีควรใส่ถุงมือผ้าฝ้าย หรือถ้าหาไม่ได้จริง ๆ จะตัดกระเป๋ากางเกงเก่า ๆ ที่ไม่ใช้แล้วมาสวมมือก็จะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดจากการถูกปูหนีบได้บ้าง สำหรับคนที่ไม่ว่องไวหรือไม่ปราดเปรียวพอ ก็จะใช้ไผ่เสี้ยมปลายแหลมเป็นรูปปากเป็ดคอดดักแทงรูกันปูหนีลงรูก็ได้ผลดีเหมือนกัน ถ้าตะครุบไม่ทันและออกแรงขุดกันหน่อย บางทีก็ได้ตัวเหมือนกัน สำหรับมืออาชีพก็ไม่จำเป็นต้องจุดให้เหนื่อยแรง เพียงแต่ใช้เท้ากระทืบหนัก ๆ เหนือรู หลาย ๆ ครั้งปูแสมก็จะค่อย ๆ คลานขึ้นมาให้จับเหมือนกัน

อีกวิธีหนึ่งจะปูที่หนีน้ำไปอยู่ตามกิ่งหรือตามลำต้นแสมโกงกาง แต่จะออกจับได้เฉพาะในช่วงน้ำเกิดเท่านั้น เพราะเมื่อน้ำท่วมรูปูแสมจะหนีน้ำไปอยู่ตามกิ่งหรือตามลำต้นแสมโกงกาง จับง่าย แต่ก็ต้องเงียบพอสมควร ถ้าผลีผลามหรือทำเสียงดัง ปูแสมก็จะทิ้งตัวลงกับพื้นน้ำหนีหายไปเหมือนกัน แต่สำหรับมืออาชีพแล้วก็ไม่เป็นการยากที่จะจัดการกับปูแสมที่ไต่ยั้วเยี้ยตามกิ่งไม้เหล่านั้นลงในข้องของตนทีละตัวจนหมด

อีกฤดูหนึ่งที่นักจับปูแสมรอคอย ก็คือฤดูที่ปูแสมขี้นจากรู อพยพลงน้ำเดินทางสู่ปากแม่น้ำเพื่อวางไข่ ฤดูนี้ชาวบ้านเรียกว่าฤดูปูชะไข่ ซึ่งตกในราวเดือนเมษายน-กรกฎาคม ปูที่จับได้ในช่วงนี้จะมีรสมันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตัวเมียที่มีไข่ในกระดอง น่ากิน ส่วนที่มีไข่นอกกระดองชาวประมงจะคัดทิ้ง ฤดูนี้ชาวประมงจะจับปูแสมด้วยอวน หรือโพงพางที่วางขวางทางน้ำ

ปัจจุบันปูหายาก การจับปูแสมด้วยวิธีข้างต้นได้ปูน้อยไม่พอเลี้ยงกิน จึงได้มีการพัฒนาเครื่องมือจับปูแบบง่าย ๆ ขึ้น โดยใช้ถ้วยพลาสติกมาเจาะรู มีกลไกสำคัญก็คือกระเดื่อง ที่ใช้สำหรับแขวนเหยื่อ และทำหน้าที่ดึงฝาถ้วยให้อ้างไว้ เมื่อปูมากินเหยื่อ กระเดื่องหลุดจากกลไกที่ทำหน้าที่อ้าฝาถ้วย ฝาถ้วยจะหลุดมาปิดปากถ้วย ปูจะถูกขังในแร้วนั้นจนว่าจะมีคนมากู้ การจับปูแสมด้วยวิธีนี้ส่วนใหญ่ผู้จับมักจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ที่มีแหล่งอาศัยอยู่ในแหล่งนั้น ๆ ซึ่งการจับปูแต่ละวันก็จับเพียงเพื่อยังชีพไปวัน วัน เท่านั้น

นักจับปูพเนจรที่ไม่รู้จักคำว่าพอ

ที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้ก็คือนักจับปูพเนจร นักจับปูแสมประเภทนี้จะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ใช้รถบรรทุกเล็ก (pick up) เป็นยานพาหนะ บรรทุกอุปกรณ์จับปู ถังดองปู และที่นอนหมอนมุ้ง พเนจรรอนแรม ตระเวนออกจับปูแสมตามป่าแสมโกงกางต่าง ๆ ในช่วงเดือนมืด เมื่อพบป่าแสมโกงกางที่มีปูแสมชุม นักจับปูประเภทนี้จะปักหลัก ออกจับปูแสมทุกคืนจนหมด เมื่อไม่มีปูให้จับอีกก็จะย้ายไปจับปูในแหล่งอื่นต่อไป จนกระทั่งเข้าช่วงเดือนหงายจึงเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากนักจับปูประเภทนี้เป็นคนต่างถิ่น จึงขาดจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรอันมีค่านั้น นอกจากความคิดที่จะจับปูให้ได้มากที่สุดที่จะมากได้ และจะจับจนหมดไม่มีเหลือ นอกจากเป็นการทำลายพันธุ์ปูแสมที่ตัวเองจับโดยตรงแล้ว บางครั้งยังทำลายสิ่งแวดล้อมที่ปูอยู่อาศัยด้วย พฤติกรรมเช่นนี้นักจับปูแสมในท้องถิ่นจะไม่ทำกัน

การดองปูเค็ม

วิธีการดองปูแสมที่ชาวบ้านทำอยู่ทุกวันนี้ เป็นวิธีเดียวกันกับที่ ปูย่าตาทวดได้ถ่ายทอดให้ ขั้นแรกก่อนที่จะนำปูมาดองเค็ม ก็ต้องมีกรรมวิธีทำให้ปูสลบเสียก่อน ภาษาพื้นบ้านเรียกว่าอัดน้ำ คือเทปูที่จะดองใส่ตุ่มน้ำเค็ม ปูเมื่อถูกอัดอยู่ใต้น้ำนาน ๆ ก็จะสลบ ซึ่งสะดวกในการนับและการจัดการในระยะต่อไป การดองนั้นต้องใช้น้ำเกลืออิ่มตัว ใช้เกลือ 200 กิโลกรัมละลายน้ำประมาณ 400 ลิตร ผสมด้วย aluminum ammomia sulphate 1 กำมือ และปูนแดง 1 ถุง เพื่อทำให้ เปลือกปูกรอบ

วิธีทดสอบว่าน้ำเกลือที่ดองปูนั้นอิ่มตัวหรือยัง ทำได้หลายวิธีด้วยกัน คนทำปูแสมที่จังหวัดสมุทรสงครามจะใช้วิธีสังเกตได้จากเมื่อใส่ปูแสมลงไปในน้ำเกลือแล้วปูจมหรือไม่ ถ้าปูที่ใส่จมก็แสดงว่าน้ำเกลือยังไม่เข้มข้นพอ ต้องเติมเกลือลงไปอีก จนกว่าปูจะไม่จม ส่วนคนทำปูเค็มที่ระนองใช้ข้าวสูกใส่ลงไป ถ้าข้าวสุกจมน้ำแสดงดว่าน้ำเกลือยังไม่เข้มข้นพอ เมื่อเตรียมน้ำเกลือได้ที่แล้วก็ใส่ปูแสมลงไป ดองน้ำเกลือประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 3-4 ครั้ง

ส่วนอีกวิธีหนึ่งนั้นนำปูที่สลบแล้วไปเคล้ากับเกลือแล้วนำไปขายในวันรุ่งขึ้น วิธีหลังนี้เรียกว่าปูจืดหรือปูหวาน วิธีนี้ปูเน่าเสียง่าย ถ้าขายไม่หมดต้องเติมเกลือไปเรื่อย ๆ มิฉะนั้นจะเน่า ปัจจุบันจะพบมีปูเค็มใส่กล่องพลาสติก กล่องละ 3-5 ตัววางขายตามซุปเปอร์มาร์เกตใหญ่ ๆ หรือในตลาดสดต่าง ๆ ในกรุงเทพ ฯ ปูเค็มที่มีคุณภาพ ตัวโตหน่อยก็ขายได้ราคาตัวละ 10-15 บาท แต่ในต่างจังหวัดก็ยังคงพบเห็นมีวางขายในกะละมังดองเกลือในตัวละ 5-8 บาท แล้วแต่ขนาดและคุณภาพ ซึ่งก็ไม่ถูกเหมือนเมื่อก่อน

ปูเค็มยุคโลกาวิวัฒน์

ปัจจุบันจึงมีการบรรจุปูเค็มลงกระป๋อง แช่น้ำเกลือสามารถส่งออกไปต่างประเทศเพื่อสนองความต้องการของคนลาว เขมร เวียตน้ำ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

เพื่อลดความเสี่ยงผู้บริโภคเนื่องจากวิธีการดองปูและวิธีการขายปูเค็มขายของแม่ค้าในตลาดต่าง ๆ ยังไม่ถูกสุขลักษณะนัก อาจทำให้ผู้บริโภคปูเค็มบางท่านท้องเดินหรือท้องร่วงได้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและอนามัยของนักกินปูเค็ม เมื่อซื้อปูเค็มมาจากตลาดก่อนปรุง ควรล้างน้ำให้สะอาดปลิดก้าม กระดอง และเล็บทิ้งก่อนที่จะฉีกเป็นชิ้น ๆ หรือทุบเอาแต่เนื้อไปปรุงอาหารจานเด็ดตามใจชอบนั้น ควรนำปูไปเข้าเครื่องไมโครเวฟ เพื่อฆ่าเชื้อก็จะดีกว่าวิธีลวกด้วยน้ำร้อน วิธีนอกจากไม่ทำให้เสียรสแล้วยังปลอดภัยต่อพยาธิบางชนิดที่ปูแสมเป็นพาหะหรือปลอดภัยจากโรคทางเดินอาหารด้วย

ปูเค็มเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่น่าสนใจ ถ้าได้มีการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีการบรรจุหีบห่อที่สวยงาม ชวนให้ซื้อมาลองรับประทาน สะดวกในการพกพา สามารถเก็บไว้ได้นาน และถูกสุขอนามัย ในรูปของปูเค็มกระป๋อง หรือบรรจุในภาชนะสูญญากาศ ปูเค็มก็น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประมงตัวใหม่และเป็นที่ยอมรับของตลาดมากขึ้น

ปูเค็มปรุงอาหารได้หลากหลาย

ปูเค็มสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารไทยพื้นบ้านได้หลายชนิด เช่นยำกับน้ำตาล น้ำปลา พริกและมะนาว หรือไม่ก็นำไปปรุงกับหอม กระเทียม มะดัน พริก มะกรูด ส้มมะขามเปียก น้ำตาลแล้วราดด้วยกะทิ รับประทานกับผักสดหรือผักทอด ที่รู้จักกันในนามของปูแสมหน้านวล นอกจากยำแล้ว ปูเค็มเมื่อนำมาปรุงกับกุ้งแห้ง มะขาม พริก กระเทียม กะปิ น้ำตาล น้ำปลา มะนาว ก็ได้น้ำพริกปูเค็มรับประทานกับผักสด รสดีนัก เมื่อนำไปตำกับส้มตำ กลิ่นและรสของปูเค็มก็จะช่วยให้ส้มตำมีรสชาดเป็นที่ถูกใจนักรับประทานส้มตำยิ่งนัก โดยเฉพาะคุณ ๆ ผู้หญิงทั้งหลายคงจะจำรสเปรี้ยว เค็มและเผ็ดของยำปูเค็ม น้ำพริกปูเค็มหรือแม้แต่ ส้มตำปูเค็มดังกล่าวได้ดี

ฟาร์มปูแสม

ในสภาพที่ประชากรของปูแสมดได้ลดลงอย่างน่าวิตกเช่นนี้ มาตรการหนึ่งที่ดี และน่าจะทำก็คือก็คือทำฟาร์มปูแสม เพื่อให้พ่อค้าปูเค็มมีปูไปดองอย่างไม่ขาดระยะ เช่นเดียวกับปูทะเลหรือปูม้า ปูแสมเพาะง่าย โตเร็ว พ่อ-แม่พันธุ์หาไม่ยาก โดยเฉพาะในฤดูผสมพันธุ์ จะพบปูแสมที่มีไข่นอกกระดองให้นำไปเพาะได้ วิธีการเพาะก็ไม่ยากเพราะละม้ายคล้ายคลึงกับการเพาะปูทะเลหรือปูม้า แต่มีข้อดีกว่าที่ว่าสามารถวางไข่ได้ในน้ำที่มีความเค็มต่ำคือระหว่าง 5-20 ส่วนในพัน การดูแลและอนุบาลลูกปูวัยอ่อนก็คล้ายคลึงกับปูม้าและปูทะเล ลูกปูแสมวัยอ่อนสามารถเจริญเติบโตได้ดีในน้ำที่มีความเค็มระหว่าง 20-25 ส่วนในพัน ถ้ามีการควบคุมอุณหภูมิและแสงให้พอเหมาะ ลูกปูจะพัฒนาเร็ว มีอัตรารอดสูง

สำหรับเกษตรกรที่มีนากุ้งร้างอยู่ ไม่รู้จะทำอะไร ก็น่าจะนำที่เหล่านั้นมาเลี้ยงปูแสมร่วมกับปูทะเลและการปลูกป่าชายเลน ในระบบ silvo-fishery ลงทุนไม่มาก แต่ในระยะยาวมั่นคง และยั่งยืน

ปูแสม พนักงานเทศบาลที่ทำหน้าที่เก็บกวาดใบแสมโกงกาง

ปูแสมเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและเนื้อสัตว์ ถ้าไม่มีเนื้อสัตว์ปูแสมก็จะกินใบไม้ โดยเฉพาะใบแสมโกงกางเป็นอาหารได้ ปูแสมจึงเปรียบเสมือนเป็นพนักงานเทศบาลที่ช่วยคอยกำจัดใบแสมโกงกางที่ล่วงหล่นตามลงพื้น ไม่หมักหมกเน่าเสียอยู่ตามพื้นดิน ถ้าท่านขุดรูปูแสมดู จะพบว่าในรูนั้นจะมีใบแสมมากมาย ซึ่งเป็นอาหารที่ปูหามาสำรองไว้กินในเวลากลางวันในขณะที่ข้างบนมีศัตรูไม่ปลอดภัย ปูแสมมีส่วนช่วยย่อยใบแสมให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่จุลชีพต่าง ๆ สามารถนำไปใช้เป็นอาหารได้ มิฉะนั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าใบแสมโกงกางเหล่านั้นจะเน่าเปื่อยหรือสลายตัว จึงนับได้ว่าปูแสมมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศน์ป่าชายเลนอย่างมาก

ปูแสมกับโครงการปลูกป่าชายเลน

ปัจจุบันมีโครงการปลูกป่าชายเลน ที่ภาคเอกชนและภาครัฐได้ร่วมมือกันทำในขณะนี้มีหลายแห่ง เช่นที่ จังหวัดสมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ค ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ และระนอง จะดีและสมบูรณ์มากขึ้น ถ้าโครงการเหล่านี้จะมีแผนที่จะนำปูแสมปล่อยคืนป่าควบคู่ไปด้วย หลังจากไม้ที่ปลูกมีอายุประมาณ 2-4 ปี ขึ้นไป ปูแสมจะช่วยให้ระบบนิเวศน์ของป่าใหม่มีความสมดุลย์เร็วขึ้น

ปูแสมมรดกของท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์

ปูแสมจัดว่าเป็นมรดกของท้องถิ่นอย่างหนึ่ง ที่เจ้าของท้องถิ่นควรหวงแหนและรักษา การอนุรักษ์ปูแสมให้คงอยู่ยั่งยืนนั้นทำได้หลายวิธี การเพาะปูแสมเพื่อนำมาปล่อยคืนในป่าแสมโกงกาง หลังจากที่เลี้ยงให้โตเป็นลูกปูขนาดเล็กแล้ว เป็นมาตรการที่ดีมีประสิทธิภาพ เป็นมาตรการหนึ่งที่ควรทำควบคู่ไปกับการจัดการที่ถูกต้อง หน่วยงานของรัฐเช่น กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีประมงจังหวัด และประมงอำเภอร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ควรเป็นแกนนำในการฟื้นฟูประชากรปูแสมที่ได้สูญหายหรือกำลังสูญหายไปจากป่าชายเลนของไทยให้คืนสภาพ นอกจากนี้ก็คงจะต้องฝากความหวังไว้กับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งเป็นหน่วยงานท้องถิ่นให้กันปลูกจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่น รัก และหวงแหนปูแสม ซึ่งเป็นมรดกที่ควรรักษาไว้ให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่น


Print Page Top


  If you have any question please, contact : info@crab-trf.com
© Copyright 2005 - All rights Reserved by : Artty.